OFFICIAL! เชลซี คว้า "Denis Lemi Zakaria" สัญญายืมตัวพ่วงซื้อขาด

 

OFFICIAL! เชลซี เปิดตัว "โอบาเมยอง" ผ่านเส้นตายตลาดนักเตะฉิวเฉียด

สโมสรฟุตบอลเชลซี แห่งศึก ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ บรรลุข้อตกลงคว้าตัว ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง จาก บาร์เซโลนา อย่างเป็นทางการในวันเส้นตาย ตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์ภายใต้มูลค่า 12 ล้านยูโร (ราว 10.34 ล้านปอนด์) สวนทางกับ มาร์กอส อลอนโซ ที่ย้ายซบตักทัพ อาซูลกรานา

โดยศูนย์หน้าชาว กาบอง จรดปากกาเซ็นสัญญากับทัพ สิงห์บลู จนถึงปี 2024 พ่วงออปชันขยายสัญญาอีก 1 ปี

"ผมมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง นับเป็นเกียรติสำหรับผมที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมนี้ ผมอดใจรอไม่ไหวที่จะได้ลงเล่นกับทีม" โอบาเมยอง กล่าวให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของทัพ สิงห์บลู "ผมยังมีภารกิจที่ยังไม่เสร็จสิ้นใน พรีเมียร์ลีก ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งที่ดีที่ผมได้กลับมาที่นี่และน่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง"

c2

ทั้งนี้ รายงานจากสื่อหลายสำนักระบุว่า มาร์กอส อลอนโซ จะย้ายสวนทางสลับขั้วสู่ บาร์ซา แบบไร้ค่าตัว เหลือเพียงการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้ง 2 สโมสรเท่านั้น

โดยทัพ สิงโตน้ำเงินคราม ได้ปล่อยตัว เคเนดี้ ซบ เรอัล บายาโดลิด ถาวร ขณะที่ บิลลี่ กิลมอร์ ซบตัก ไบรท์ตัน ที่มูลค่าราว 9 ล้านปอนด์ในวันเดียวกัน

ขณะที่ บาร์เซโลนา เปิดตัว เอคตอร์ เบเยริน จาก อาร์เซนอล แบบไร้ค่าตัวโดยปล่อย อับเด เอซซาลซูลี สู่ โอซาซูนา สัญญายืมตัวเช่นเดียวกับ แซร์จินโญ เดสต์ สู่ เอซี มิลาน และ มาร์ติน เบรธเวท สู่ เอสปันญอล แบบฟรีเอเยนต์

OFFICIAL! เชลซี คว้า "เดนิส ซาคาเรีย" สัญญายืมตัวพ่วงซื้อขาด

OFFICIAL! เชลซี คว้า "เดนิส ซาคาเรีย" สัญญายืมตัวพ่วงซื้อขาด

สโมสรฟุตบอลเชลซี แห่งศึก ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ บรรลุข้อตกลงคว้าตัว เดนิส ซาคาเรีย จาก ยูเวนตุส อย่างเป็นทางการในวันเส้นตาย ตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์ภายใต้สัญญายืมตัวพ่วงออปชันซื้อขาดมูลค่า 30 ล้านปอนด์

มิดฟิลด์ทีมชาติ สวิตเซอร์แลนด์ สร้างชื่อมากับ โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ระหว่างปี 2017/22 ก่อนจะย้ายไปร่วมทัพ เบียงโคเนรี เมื่อมกราคม 2022 ภายใต้มูลค่าราว 4.5 ล้านยูโรทว่าเจ้าตัวไม่ได้เป็นตัวเลือกแรกในการคุมทัพของ มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี

"ผมอยากกล่าวทักทายแฟนบอลเชลซีทุกคน ผมมีความสุขและภูมิใจมาก ๆ ที่ได้ย้ายมาร่วมทีม และรอพบกับพวกคุณที่สแตมฟอร์ด บริดจ์แทบไม่ไหวแล้ว" ซาคาเรีย ให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางของทัพ สิงโตน้ำเงินคราม

ท็อดด์ โบห์ลี่ ประธานเชลซีกล่าวว่า "เดนิส เป็นกองกลางที่มีพรสวรรค์ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและทักษะ เขาจะมอบความหลากหลายให้กับขุมกำลังของเราในฤดูกาลนี้ และเราก็ตั้งตารอที่จะได้เห็นผลงานของเขาในสีเสื้อเชลซี"

ทั้งนี้ ซาคาเรีย เป็น 1 ใน 2 แข้งที่ เชลซี เร่งเครื่องปิดดีลคว้าตัวมาได้ในวันเส้นตายร่วมกับ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง จาก บาร์เซโลนา โดยทัพ สิงโตน้ำเงินคราม ได้ปล่อยตัว เคเนดี้ ซบ เรอัล บายาโดลิด ถาวร ขณะที่ บิลลี่ กิลมอร์ ซบตัก ไบรท์ตัน ที่มูลค่าราว 9 ล้านปอนด์ในวันเดียวกัน

มาเธอุส นูเญส : อดีตพนักงานร้านเบเกอรี่ผู้ปฏิเสธคำชวนของทีมชาติบราซิลชุดใหญ่

มาเธอุส นูเญส : อดีตพนักงานร้านเบเกอรี่ผู้ปฏิเสธคำชวนของทีมชาติบราซิลชุดใหญ่

การถูกเรียกติดทีมชาติ คงเป็นฝันสูงสุดที่นักเตะหลายคนเฝ้ารอและอยากจะมีโอกาสนั้นสักครั้ง

ทว่าสำหรับ มาเธอุส นูเญส นักเตะป้ายแดงของ วูล์ฟแฮมป์ตัน เจ้าของค่าตัว 42 ล้านปอนด์ กลับเคยอยู่ในสถานะที่ปฏิเสธคำชวนจากกุนซือทีมชาติบราซิลชุดใหญ่มาแล้ว

และนี่คือเรื่องราวของ 1 ในนักเตะที่ชาวไทยสนใจมากที่สุดในเวลานี้ จากพนักงานร้านเบเกอรี่ สู่นักเตะค่าตัวแพงที่สุดของสโมสรระดับพรีเมียร์ลีก

เขาผ่านอะไรมาบ้าง ? ติดตามได้ที่นี่กับ Main Stand

เกิดที่นี่แต่โตที่อื่น 

ลีกโปรตุเกสถือเป็นลีกฟุตบอลที่ขึ้นชื่อเรื่องการหยิบจับนักเตะจากบราซิลมาปลุกปั้นและขายต่อมาแต่ไหนแต่ไร แข้งชาวแซมบ้าหลายคนก็มีจุดเริ่มต้นที่นี่ ก่อนที่พวกเขาจะได้โอกาสติดทีมชาติโปรตุเกส ไม่ว่าจะเป็น เปเป้, เดโก้ ซูซ่า, รอนนี่ โลเปซ และ โอตาวิโอ ที่อยู่ในลีกโปรตุเกสในปัจจุบัน 

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด โปรตุเกส และ บราซิล มีความสัมพันธ์กันมาหลายร้อยปี เพราะในปี 1500 คือปีที่โปรตุเกสยึดแผ่นดินบราซิลเป็นประเทศใต้อาณานิคม หลังจากนั้นความสัมพันธ์ระหว่างโปรตุเกสและบราซิลก็ผูกสัมพันธ์กันแน่นแฟ้นเรื่อยมา เรื่องนี้ยืนยันได้จากประโยคหนึ่งในเรื่อง Fast Five ที่พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างชาวโปรตุกีสและชาวบราซิลว่า

"เมื่อ 500 ปีก่อนชาวโปรตุเกสและสเปนมาที่นี่ด้วยเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการแย่งชิงแผ่นดินของชาวพื้นเมือง ... ชาวสเปนมาถึงพร้อมกับปืนและลูกกระสุน พวกเขาต้องการให้คนพื้นเมืองรับรู้ว่าใครคือเจ้านายที่แท้จริง และสุดท้ายมันจบลงด้วยเหตุการณ์ที่ชาวพื้นเมืองฆ่าชาวสเปนทุกคน"

"ขณะที่ชาวโปรตุเกสมาพร้อมกับของขวัญมากมาย กระจก กรรไกร เครื่องประดับ สิ่งที่ชาวพื้นเมืองไม่สามารถผลิตขึ้นมาใช้ได้เอง สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือคนบราซิลสามารถพูดภาษาโปรตุเกสได้จนถึงทุกวันนี้" 

เรื่องนี้เองที่ทำให้เชื้อสายของคนโปรตุเกสและบราซิลแทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะการแต่งงานระหว่างคนทั้งสองชาติเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ มีประชากรที่ถือสองสัญชาติทั้งโปรตุเกสและบราซิลอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นในแง่หนึ่งโปรตุเกสกับบราซิลจึงถือเป็นเมืองพี่เมืองน้องของจริงผ่านความสัมพันธ์ทางสายเลือด และ มาเธอุส นูเญส ก็เช่นกัน 

นูเญส เกิดที่นครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล โดยพ่อของเขามีเชื้อสายโปรตุกีสแต่มีแม่เป็นชาวบราซิล บ้านของเขาอยู่ในย่านสลัม Campo Grande ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของยอดแข้งอย่าง โรนัลดินโญ่ ... ไอดอลในดวงใจของเขาจนทุกวันนี้

"โรนัลดินโญ่คือไอดอลของผม ผมพยายามเลียนแบบเขาหลาย ๆ อย่างตอนที่ตัวเองยังเป็นเด็ก วิธีการเล่นของโรนัลดินโญ่นั้นแตกต่างจากใคร ๆ ทุกคน ผมคลั่งเขามากชนิดที่ว่าตอนที่เขาอยู่บาร์เซโลน่าผมก็เชียร์บาร์ซ่า แล้วพอเขาย้ายไปเล่นให้ เอซี มิลาน ผมกลายเป็นแฟนบอลมิลาน ... ต้นแบบของผมก็คือเขาคนนี้แหละ" 

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม The Sun เขียนเรื่องราววัยเด็กของนูเญสไว้ว่า พ่อของเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตของเขานักนอกจากเรื่องของสายเลือด นูเญสต้องอยู่กับแม่และผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกันไม่น้อยกว่า 10 ปี 

"แม่ผมไม่เคยขาดงานเลยสักครั้ง ถึงอย่างนั้นก็มีบ่อยครั้งที่ผมไม่มีอะไรบนโต๊ะอาหาร ... แต่ที่รู้ ๆ คือแม่ผมเป็นยอดหญิงผู้ยิ่งใหญ่ แม่ให้ความรัก ปลูกฝังเรื่องฟุตบอลให้กับผมและพี่ชาย เราเอาถุงเท้ามาม้วนเป็นลูกฟุตบอลอยู่นานกว่าแม่จะมีเงินซื้อลูกฟุตบอลให้ นี่แหละคือเหตุผลที่ผมบอกตัวเองว่าผมจะเป็นด็กดี ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และจะไม่ทำตัวเป็นโจรปล้นใครให้แม่เสียใจเด็ดขาด"

นูเญสไม่ทันได้เล่นฟุตบอลให้กับสโมสรไหนในบราซิลเลย เพราะตอนที่เขาอายุ 12 ปี เขาต้องย้ายตามแม่และพ่อเลี้ยงของเขามาที่โปรตุเกส เหตุผลเดียวที่ย้ายมาคือครอบครัวของเขาไม่มีทางมีคุณภาพชีวิตที่ก้าวหน้าได้เลยหากอยู่ที่บราซิลต่อไป พวกเขามุ่งหน้าไปแสวงหาชีวิตใหม่ที่เมืองติดชายทะเลที่ชื่อว่า เอริเซร่า เริ่มต้นด้วยงานรับจ้างทั่วไปก่อนที่เก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง แล้วเอามาเปิดร้านเบเกอรี่ ซึ่งนั่นเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่นูเญสเริ่มเข้าสู่เส้นทางนักเตะอาชีพ

เริ่มต้นที่ร้านเบเกอรี่    

นูเญสอายุได้ 14 ปีตอนที่บ้านของเขามีร้านเบเกอรี่เล็ก ๆ เป็นของตัวเอง สิ่งที่นูเญสต้องทำในทุกวันตอนเช้าคือเขาจะปั่นจักรยานมาจากบ้านเพื่อช่วยดูงานที่ร้าน เขาทำได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นหน้าที่หลังบ้านในการอบและผสมแป้ง ขณะที่งานหน้าร้านที่คอยคุมแคชเชียร์เขาก็ทำได้ไม่ขัดเขิน 

หลังจากเฝ้าร้านช่วงเช้าเสร็จ นูเญสจะต้องออกไปซ้อมกับทีมเอริเซเรนเซ่ โดยตัวของเขาเล่าว่าการทำงานในร้านเบเกอรี่นั้นถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่ง เพราะมันทำให้ขาของเขาแข็งแรงเป็นพิเศษ และนั่นทำให้เขาทำผลงานได้ดีกับทีมเยาวชนของเอริเซเรนเซ่

"ผมต้องมาที่ร้านในตอนเช้า โดยจะมีโปรแกรมของสโมสรในช่วงบ่าย ตลอดช่วงเช้าผมจะใช้เวลายืนนาน 5-6 ชั่วโมง จากนั้นผมก็เดินทางไปซ้อม ผมต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 ปั่นจักรยานไปทำงานและต่อด้วยการไปลงแข่งขัน" นูเญส เล่าถึงความหลัง

รูเบน ฟรังโก้ นักเตะรุ่นพี่ในทีมเอริเซเรนเซ่ เล่าถึงตอนที่เจอกับนูเญสในช่วงที่เขาขึ้นมาฝึกซ้อมกับทีมว่า "เด็กคนนี้มันเก่งมากเลยนะ พวกเราทุกคนมองหน้ากันตั้งตอนซ้อมครั้งแรก ทุกคนบอกว่าหมอนี่มันดีกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลย ตอนนั้นเขาแค่มาซ้อมด้วยเฉย ๆ แต่เขากลับใส่เต็มที่ในทุกการฝึกซ้อม ราวกับว่าสุดสัปดาห์นี้เขาจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง" 

เหตุผลที่นูเญสผลงานดีแต่ลงเล่นไม่ได้คือ เขาต้องรอใบอนุญาตการทำงานจาก FIFA ก่อนซึ่งจะต้องใช้เวลาสักพักใหญ่ เขาก็ค่อย ๆ พัฒนาขึ้น ชื่อเสียงของเด็กหนุ่มจากบราซิลคนนี้ถูกพูดถึงมากขึ้นในโปรตุเกส จากนั้นเมื่อ FIFA อนุมัติ นูเญสก็ได้ลงเล่นให้กับเอริเซเรนเซ่ และนำมาซึ่งความสนใจจากต่างแดน 

นูเญสได้ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่กับเอริเซเรนเซ่ ตอนอายุ 17 ปี โดย ณ ตอนนั้นข่าวของมิดฟิลด์บ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ ที่คล่องแคล่วและวิ่งไม่มีหมดก็ดังไปไกลมาก เอเยนต์ของเขาเริ่มพาเขาไปซ้อมกับทีมต่าง ๆ ในยุโรปเพื่อทดสอบฝีเท้า อาทิ ลีลล์, นีซ รวมถึงทีมอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วย 

การย้ายทีมในตอนนั้นไม่เกิดขึ้น นูเญสไปทดสอบฝีเท้ากับเลสเตอร์อยู่ 2 สัปดาห์ แต่นั่นเป็นช่วงจังหวะที่ไม่ค่อยจะดีนัก เนื่องจากอยู่ในช่วงปลายฤดูกาล 2015-16 ที่เลสเตอร์กำลังอยู่ในตำแหน่งมีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก กุนซืออย่าง เคลาดิโอ รานิเอรี่ ไม่มีเวลาโฟกัสกับเด็กที่มาขอทดสอบฝีเท้ามากนักเพราะเขาต้องโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญกว่า นั่นเป็นสาเหตุที่นูเญสถูกมองข้ามที่เลสเตอร์ ณ เวลานั้น

"ผมติดตามเขาไปในช่วงสัปดาห์นั้น ผมคิดว่านูเญสทำได้ดีเลยล่ะ เขาซ้อมและสื่อสารได้ (ปู่ของนูเญสมาจากเมืองซันเดอร์แลนด์ เคยสอนเขาพูดภาษาอังกฤษตั้งแต่ยังเด็ก) ผมคุยกับใคร ๆ ในเลสเตอร์พวกเขาก็ชมนูเญสในเรื่องของเทคนิคที่โดดเด่น ... แต่ก็อย่างที่เรารู้กัน ตอนนั้นเลสเตอร์กำลังวุ่นอยู่กับเรื่องการคว้าแชมป์ พวกเขาต้องโฟกัสกับสิ่งสำคัญและไม่มีเวลาใส่ใจกับสิ่งที่ยังอยู่อีกไกลอย่างเรื่องของนูเญส" ฟรังโก้ ว่าต่อ 

นูเญสได้โอกาสซ้อมกับอีกหลายสโมสรทั้ง เบนฟิกา, บราก้า, ลีลล์ ดังที่ได้กล่าวไปในข้างต้น แต่ตัวเขาตอนอายุ 17 ปียังมีอะไรให้ว้าวน้อยเกินไปสำหรับทีมเหล่านั้น ทุกสโมสรตอบปฏิเสธเหมือนกันหมด โดยให้เหตุผลคล้าย ๆ กันว่า "เขาเป็นดาวรุ่งที่ดูมีคุณภาพนะ แต่ยังไม่ใช่สิ่งที่เรามองหาในตอนนี้" นั่นเองทำให้เขาต้องกลับมาสู้กับความจริงกันต่อกับเอริเซเรนเซ่ทีมเดิม 

"พอกลับมาด้วยความผิดหวัง นูเญสตอบโต้ด้วยการพัฒนาตัวเองขึ้นในทุกวัน เขาไม่เคยขาดซ้อม และนับวันสัญญาณของการเป็นนักเตะคุณภาพก็ชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ ... ผมคิดว่าเป็นเพราะเขามีเกมให้ลงเล่น เพราะเมื่อได้แข่งจริงนูเญสนั้นเติบโตแบบก้าวกระโดดเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับความจริงว่าศักยภาพของทีมในเวลานี้ไม่ดีพอที่จะเจียระไนเพชรอย่างเขาได้ เขาต้องไปอยู่ให้ถูกที่ และต้องถูกขัดเกลาให้ดีกว่านี้"

ความคิดเห็น